Cut E กับ Cut 5 ต่างกันอย่างไร และระดับไหนกันบาดมากกว่า? | SCHAKE

31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Cut E กับ Cut 5 ต่างกันอย่างไร และระดับไหนกันบาดมากกว่า? | SCHAKE

เพิ่มเพื่อน

การเลือก ถุงมือกันบาด (Cut Resistant Gloves) ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการลดอุบัติเหตุจากของมีคม เช่น แผ่นโลหะ กระจก หรือชิ้นส่วนเครื่องจักร หลายคนมักสงสัยว่า Cut E กับ Cut 5 แตกต่างกันอย่างไร และระดับไหนกันบาดได้มากกว่า

 

Cut 5 คืออะไร? (มาตรฐาน EN388:2003)
Cut 5 เป็นระดับการกันบาดตามมาตรฐานยุโรป EN388:2003 ซึ่งเป็นมาตรฐานเวอร์ชันเก่า

คุณสมบัติของ Cut 5
-ใช้วิธีทดสอบแบบ Coupe Test
-ใบมีดหมุนถูบนพื้นผิวถุงมือ
-ระดับการป้องกันแบ่งเป็นตัวเลข 1–5
-Level 5 คือระดับสูงสุดของระบบเดิม

ข้อจำกัด
วิธี Coupe Test อาจให้ค่าคลาดเคลื่อนในกรณีที่วัสดุมีเส้นใยแข็งแรงมาก เพราะใบมีดอาจทื่อระหว่างการทดสอบ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Cut E คืออะไร? (มาตรฐาน EN388:2016)
Cut E เป็นระดับการกันบาดตามมาตรฐานใหม่ EN388:2016 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัดผล

คุณสมบัติของ Cut E
-ใช้วิธีทดสอบ ISO 13997 (TDM Test)
-วัดค่าเป็นแรงกดที่ทำให้วัสดุถูกตัด (หน่วยเป็นนิวตัน)
-ระดับใหม่แบ่งเป็น A–F
-Cut E = ทนแรงตัดได้ประมาณ 22 นิวตัน
-เป็นระดับสูงมาก (รองจาก Cut F เท่านั้น)

ข้อดีของมาตรฐานใหม่
-แม่นยำกว่า
-เหมาะกับเส้นใยกันบาดสมัยใหม่ เช่น HPPE, Kevlar, Steel Fiber
-ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมปัจจุบัน

 

เปรียบเทียบ Cut E กับ Cut 5 แบบชัดเจน

หัวข้อเปรียบเทียบ
Cut 5 Cut E
มาตรฐานEN388:2003
EN388:2016
ระดับตัวเลข 1–5
ตัวอักษร A–F
วิธีทดสอบCoupe Test
ISO 13997 (TDM)
ความแม่นยำปานกลาง
สูงกว่า
ระดับการป้องกันสูงสุดของระบบเก่า
สูงมากในระบบใหม่

 

สรุป : Cut E กันบาดได้มากกว่า Cut 5 หรือไม่?
โดยทั่วไป Cut E กันบาดได้มากกว่า Cut 5
เนื่องจาก:
-ผ่านมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดกว่า
-วัดค่าแรงตัดจริงเป็นหน่วยนิวตัน
-เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
หากต้องการระดับสูงสุดในระบบใหม่ ควรเลือก Cut F (30 นิวตัน)

 

Powered by MakeWebEasy.com