ถังดับเพลิง CO2 คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง | SCHAKE

33 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ถังดับเพลิง CO2 คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง | SCHAKE

เพิ่มเพื่อน

เมื่อพูดถึง “ถังดับเพลิง” หลายคนอาจคุ้นเคยกับถังสีแดงที่ติดตั้งอยู่ตามอาคาร โรงงาน หรือสำนักงาน แต่จริง ๆ แล้ว ถังดับเพลิงมีหลายประเภท และแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะของเพลิงที่แตกต่างกัน

หนึ่งในถังดับเพลิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า คือ ถังดับเพลิง CO2 (Carbon Dioxide Fire Extinguisher) เพราะสามารถดับไฟได้รวดเร็ว โดยไม่ทิ้งคราบสกปรกหลังใช้งาน

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ถังดับเพลิง CO2 คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

 

ถังดับเพลิง CO2 คืออะไร?
ถังดับเพลิง CO2 คือ ถังดับเพลิงที่ใช้ “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide)” เป็นสารดับเพลิง โดยก๊าซจะถูกอัดอยู่ภายในถังด้วยแรงดันสูง

เมื่อใช้งาน ก๊าซ CO2 จะถูกพ่นออกมาในลักษณะของไอเย็นจัด ทำหน้าที่:

-ลดปริมาณออกซิเจนบริเวณต้นเพลิง
-ลดความร้อนของไฟ
-ตัดวงจรการลุกไหม้

**จึงช่วยให้ไฟดับลงอย่างรวดเร็ว**

 

จุดเด่นของถังดับเพลิง CO2
1.ไม่ทิ้งคราบหลังใช้งาน
ข้อดีสำคัญของถัง CO2 คือ หลังฉีดใช้งานจะไม่เหลือผงหรือคราบสารเคมีเหมือนถังผงเคมีแห้ง จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ราคาแพงหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

ตัวอย่าง:
-ห้องเซิร์ฟเวอร์
-ห้องควบคุมระบบ
-ตู้ไฟฟ้า
-ห้องคอมพิวเตอร์

2.เหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
ก๊าซ CO2 ไม่นำไฟฟ้า จึงสามารถใช้ดับเพลิงที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างปลอดภัย

เหมาะสำหรับ:
-ตู้ควบคุมไฟฟ้า
-เครื่องจักร
-แผงวงจรไฟฟ้า
-มอเตอร์ไฟฟ้า

3.ดับไฟได้รวดเร็ว
CO2 สามารถลดออกซิเจนรอบจุดเกิดเหตุได้ทันที ทำให้เปลวไฟดับเร็ว เหมาะสำหรับเหตุฉุกเฉินที่ต้องควบคุมเพลิงอย่างรวดเร็ว

 

ถังดับเพลิง CO2 เหมาะกับไฟประเภทใด?
เพลิงประเภท B

คือ เพลิงที่เกิดจากของเหลวไวไฟ เช่น
-น้ำมัน
-สี
-ทินเนอร์
-แอลกอฮอล์
-สารเคมีติดไฟ

**CO2 สามารถช่วยลดออกซิเจนและควบคุมเปลวไฟได้ดี**

เพลิงประเภท C

คือ เพลิงที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟอยู่ เช่น
-ตู้ไฟฟ้า
-เครื่องใช้ไฟฟ้า
-เครื่องจักร
-ระบบควบคุมไฟฟ้า

**ถือเป็นประเภทงานที่นิยมใช้ถัง CO2 มากที่สุด**

 

สถานที่ที่เหมาะกับการติดตั้งถัง CO2
ถังดับเพลิง CO2 มักพบได้ใน:
-โรงงานอุตสาหกรรม
-ห้อง Server
-อาคารสำนักงาน
-ห้องควบคุมไฟฟ้า
-โรงพยาบาล
-ห้องเครื่องจักร
-ห้อง Data Center
-ห้องทดลอง

**โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดหลังการดับเพลิง**

 

ถัง CO2 ไม่เหมาะกับงานแบบไหน?
แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ถัง CO2 ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์

ไม่เหมาะกับเพลิงประเภท A
เช่น:
-ไม้
-กระดาษ
-ผ้า
-พลาสติกบางชนิด

**เพราะแม้ไฟจะดับชั่วคราว แต่มีโอกาสปะทุซ้ำได้ง่าย**

 

ไม่เหมาะกับพื้นที่อับอากาศ
เนื่องจาก CO2 จะเข้าไปแทนที่ออกซิเจน หากใช้งานในพื้นที่ปิดหรืออากาศถ่ายเทไม่ดี อาจทำให้ผู้ใช้งานขาดอากาศหายใจได้

 

วิธีสังเกตถังดับเพลิง CO2

ลักษณะเด่นของถัง CO2 ได้แก่:
-ตัวถังสีแดง
-มีหัวฉีดทรงกรวยสีดำ
-ไม่มีเกจวัดแรงดัน
-ภายในบรรจุก๊าซแรงดันสูง

**หัวฉีดทรงกรวยช่วยควบคุมการกระจายของก๊าซขณะใช้งาน**

 

วิธีใช้งานถังดับเพลิง CO2 เบื้องต้น

หลักการใช้งานง่าย ๆ คือ:
1.ดึงสลักนิรภัย
2.จับหัวฉีดให้มั่น
3.เล็งไปที่ฐานของเปลวไฟ
4.กดคันบีบ
5.ฉีดส่ายซ้าย-ขวา จนไฟดับ

 

ข้อควรระวังในการใช้งาน
ห้ามจับปลายหัวฉีด
ขณะใช้งาน หัวฉีดจะมีอุณหภูมิเย็นจัด อาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บหรือเกิดอาการคล้ายถูกน้ำแข็งกัดได้

 

ระวังการใช้งานในพื้นที่ปิด
ควรใช้งานในบริเวณที่อากาศถ่ายเท และรีบออกจากพื้นที่หลังควบคุมเพลิงได้

 

ตรวจสอบสภาพถังสม่ำเสมอ

ควรตรวจเช็ก:
-สภาพถัง
-สายฉีด
-วันหมดอายุ
-น้ำหนักถัง

**เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา**

 

สรุป
ถังดับเพลิง CO2 เป็นถังดับเพลิงที่เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและของเหลวไวไฟ โดยมีจุดเด่นคือ ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทำลายอุปกรณ์ และดับไฟได้รวดเร็ว

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ:
-ห้องไฟฟ้า
-ห้องเซิร์ฟเวอร์
-โรงงานอุตสาหกรรม
-สำนักงาน
-ห้องควบคุมเครื่องจักร

**อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้งานให้เหมาะกับประเภทของเพลิง และใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการระงับเหตุฉุกเฉิน**

 

Powered by MakeWebEasy.com